Site Loader

ความสุขต่อชีวิต คุณค่าที่หาไม่ยาก

“ความสุข” คำนามสั้น ๆ แค่คำเดียว แต่เราเคยตั้งคำถามกันบ้างหรือไม่ว่า จริง ๆ แล้ว ความสุขมันคืออะไรกัน ฟังดูเหมือนจะเป็นคำถามที่ง่ายดาย แต่ทว่าแอบแฝงไปด้วยความย้อนแย้งและสับสน ทำไมมนุษย์อย่างเราทุกคนถึงได้โหยหามันยิ่งนัก มุมมองของ ความสุข ตามหลักปรัชญาที่ Aristotle ได้กล่าวไว้ ก็คือ ความสุขคือเป้าหมายสูงสุดของมนุษย์” คำกล่าวเช่นนี้ ยิ่งเน้นไปถึงการตอกย้ำให้เรากลับมาทบทวนอีกว่า ความจริงแล้ว เราใช้ความสุขเป็นแรงขับเคลื่อนชีวิตหรือเปล่า

ความสุขที่หาได้ง่าย ๆ ในชีวิต

เอ็นดอร์ฟิน

จริง ๆ แล้วการตั้งคำถามเช่นนี้ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่แต่อย่างใด ในวงการนักปรัชญา บ่อยครั้งที่ผู้มีความรู้มากประสบการณ์ มักจะหยิบยกหัวข้อนี้มาถกเถียงกันอยู่บ่อย ๆ การให้นิยามจำกัดความของคำนามข้างต้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราใช้ศาสตร์แขนงไหนในการมอง ในทางวิทยาศาสตร์มนุษย์มีสารเคมีในสมองชนิดหนึ่งชื่อว่า “Endorphin” เป็นตัวกลางที่ทำให้เรามีความสุข มนุษย์อย่างเรา ๆ เสพสุขจนเป็นกิจวัตร นี่ไม่ได้เป็นการกล่าวในเชิงทางเพศ หากเราทุกคนได้ลองพิจารณาตัวเอง ไม่มีใครปรารถนาทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด เพื่อให้ตัวเองรู้สึกทุกข์ เสียใจ หรือกลุ้มใจ มนุษย์เป็นสัตว์ที่มีความรู้สึก และบ่อยครั้งที่เราใช้ความรู้สึกควบคุมความคิดของเรา หลายคนปฎิเสธว่า พวกเขาไม่ได้ทำสิ่งนั้นเพื่อความสุข ให้จำไว้ว่าคนผู้นั้นกำลังโกหกเราอยู่ เพราะแท้จริงแล้ว เขามีความพอใจที่จะทำแบบนั้น ถึงแม้ว่าจะทำให้พวกเราทุกข์ในภายหลังก็ตาม นั่นก็เป็นทางเลือกของเขาที่ต้องเผชิญ เราไม่สามารถพูดอะไรได้ ถ้าหากเราจะยกตัวอย่างให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ขอให้เรานึกถึงศาสดาของพระพุทธศาสนา เหตุใดที่พระพุทธเจ้าถึงต้องการแสวงหาหนทางดับทุกข์ นั่นก็เพราะพระองค์ต้องการที่จะมีความสุข การบวชในครั้งนั้นทำให้พระองค์มีแรงผลักดันในการใช้ชีวิตต่อ

แล้วความสุขของมนุษย์ขึ้นอยู่กับอะไร ลัทธิแบบสุขนิยมได้จำแนกออกเป็น 4 ลักษณะทั่วไป คือ  ความสุขทางกายคือสิ่งที่ดีที่สุด, ความสุขจบในตัวเอง ไม่เป็นวิถีนำไปสู่สิ่งอื่นอีก, ความสุขคือสิ่งที่มนุษย์แสวงหา และการกระทำที่มีคุณค่าทางจริยธรรม เพื่อเป็นวิถีให้ได้มาซึ่งความสุข เห็นหรือยังว่าความสุขนั้นมีหลากหลายรูปแบบ ถ้าเรามองตามหลักความจริงแล้วปรากฏว่า ความสุขทางใจมักจะมีอิทธิพลมากกว่าความสุขทางกาย เช่น มนุษย์คนหนึ่งพึงพอใจที่จะมีชีวิตอยู่อย่างธรรมดา ไม่หรูหรา อู้ฟู่ แต่เขาคนนั้นรู้สึกดีกับชีวิตของเขา หรือ ชายนักรบคนหนึ่งเพิ่งออกมาจากสนามรบ แต่โชคร้ายที่นักรบผู้นี้ต้องเสียขาไปข้างนึง ถ้าเรามองจากภายนอก เขาคือคนที่น่าเวทนาและน่าสงสาร แต่ถ้าหากเขารู้สึกปลื้มปีติกับสิ่งที่เขาเป็น รู้สึกดีที่เขาได้ออกไปต่อสู้กับศัตรู และเขาก็พร้อมที่จะยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ความพิการสำหรับเขาก็ไม่ใช่ความทุกข์แต่อย่างใด ดังนั้นความสุขของมนุษย์ ก็ขึ้นอยู่กับคำนิยามของแต่ละคนได้กำหนดให้แก่ตัวเอง ความสุขของมนุษย์คนนึง อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดีของมนุษย์อีกคนนึง

ถ้าเราได้ทำการวิเคราะห์ถึงความเกี่ยวข้องระหว่างความสุขและชีวิต จะพบได้ว่ามนุษย์ยังต้องใช้ความสุขเป็นตัวนำพาชีวิต นี่คือสิ่งที่เราไม่สามารถหาข้อมาถกเถียงได้ ถึงแม้ว่าเราจะพยายามหาข้อมาลบล้าง แต่สุดท้ายเราก็จะกลับมาตั้งคำถามอยู่ดีว่า เราทำไปเพราะเราพึงพอใจใช่หรือเปล่า

 

ความเชื่อในยุคโลกาภิวัตน์

มนุษย์และความเชื่อเป็นสิ่งที่อยู่คู่กันมาอย่างยาวนานตั้งแต่มีการค้นพบและได้รับจารึกในประวัติศาสตร์ หลายๆ ความเชื่อได้ถูกพบในรูปแบบของวัตถุโบราณและภาพฝาผนังตามอาคารบ้านเรือนและโบราณสถานต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า มนุษย์เฉกเช่นพวกเรานั้น มีความเชื่อที่ยึดถือและปฏิบัติกันมาหลายยุคหลายสมัยเลยทีเดียว

ภายใต้กาลเวลาที่ได้ดำเนินผ่านมาอย่างยาวนาน  โลกของเราได้เกิดการเปลี่ยนแปลงและวิวัฒนาการในหลายด้าน รวมถึงทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีทฤษฎีมากมายถูกค้นพบและตีแผ่เป็นวงกว้าง หลายๆทฤษฎีได้พิสูจน์ให้เห็นถึงข้อเท็จจริงของปรากฏการณ์ที่มนุษย์นับถือบูชาเป็นดั่งความเชื่อส่วนบุคคลกันมาอย่างยาวนาน แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความเชื่อเหล่านั้นสึกหรอเลยแม้แต่น้อย ซ้ำแล้ว ความเชื่อนั้นได้ขยายและเพิ่มพูนผ่านทางเทคโนโลยีไปจนทำให้ผู้คนมากมายหลั่งไหลไปยังสถานที่ต่างๆ จนสถานที่นั้นกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและจุดแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของเมืองนั้นๆอีกด้วย

ศรัทธา

หากพูดถึงความเชื่อแล้ว เราไม่สามารถมองข้ามการขอโชคลาภของมนุษย์โดยทั่วไปได้เลย หรือที่เราเรียกกันด้วยภาษาที่ไม่เป็นทางการว่า “การขอหวย” นั่นเอง เพราะหวยหรือล็อตเตอรี่นั้น เป็นสิ่งที่นิยมมากโดยทั่วไป ไม่ใช่แค่ในไทย แต่หลายๆ ประเทศก็มีการซื้อหวยกันในลักษณะที่แตกต่างออกไปเพราะหวยเป็นเงินที่ได้มาง่าย โดยแทบไม่ต้องออกแรงอะไรเลย นอกจากออกแรงเดินไปซื้อและเงินที่เอาไปซื้อนั้นไม่ได้มากเมื่อเทียบกับการลงทุนใหญ่

การซื้อหวยคือการทำนายเลขที่จะถูกประกาศออกมาจากกองสลาก ซึ่งมนุษย์สมัยใหม่ก็มีวิธีหาเลขเด็ดของตัวเองที่แตกต่างกันออกไปและเนื่องด้วยนี่คือยุคสมัยโลกาภิวัตน์ วิธีการหาเลขก็ต้องเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีอย่างแน่นอน คนส่วนใหญ่ในตอนนี้ต่างก็มีโทรศัพท์มือถือที่ราคาไม่ถูกก็แพงอยู่ในครอบครอง เหล่าคอหวยก็เช่นกัน คอหวยเหล่านี้สามารถเสิร์ชหาสถานที่ฮอตฮิตของการขอหวยในอินเตอร์เน็ตได้ เมื่อได้โลเคชั่นมาแล้วก็ตระเตรียมแป้งสำหรับโรยและนิ้วสำหรับขูดหวยไว้ให้พร้อม บางคนอาจจะนำเครื่องเซ่นำร้อมดอกมธูปเทียนไปถวายเพื่อให้เจ้าที่รักและเอ็นดูด้วยก็ได้  ถ้าหากคอหวยเหล่านี้อยู่เป็นกลุ่มใหญ่ก็อาจจะติดรถกันไปหลายๆคน โดยสถานที่ก็มีแตกต่างกันออกไป ทั้งศาลเจ้า ศาลเพียงตา ต้นตะเคียน วัด ต้นโพที่มีเทพสิงสถิต ถึงแม้ว่าหลายๆคนจะบอกว่า การทำสิ่งเหล่านี้นันไร้ค่าและงมงายเพราะสิ่งที่พวกเขาทำนั้นมีเพียงการกราบไหว้และใช้นิ้วขูดตามบริเวณต่างๆ แต่เหล่าคอหวยก็ตอบจนแทบจะเป็นเสียงเดียวกันว่า “มันคือความเชื่อ” ซึ่งถ้าคนเหล่านั้นไม่เชื่อ ก็ไม่ควรมาพูดกับพวกตนแบบนี้เพราะถ้าหากพวกตนถูกหวยขึ้นมา ยังไงสิ่งเหล่านี้มันก็คุ้มค่าแล้วที่จะทำ

 

 

คนดื้อไม่ได้มีแค่ประเภทเดียว

หากเราเป็นคนที่ต้องพบปะผู้คนใหม่อยู่บ่อย ๆ เราจะสามารถรู้ได้เลยว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่รับมือได้ยากที่สุดแล้ว ยิ่งความสามารถในการคิดเชิงวิเคราะห์ซับซ้อนสูง แน่นอนว่าเล่ห์เหลี่ยมก็มีมากไม่ต่างกัน แปรผันตรงตามระดับสมอง ในต่างประเทศอย่างสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ นักจิตวิทยาได้ศึกษาพฤติกรรมที่เรียกว่า “SIGNS of TOXICITY” อย่างจริงจัง พร้อมทั้งยังมีงานวิจัยมากมายที่ได้ทำการศึกษาพฤติกรรมของมนุษย์ในเชิงลบว่าเป็นไปในลักษณะรูปแบบใด ความน่าสนใจก็คือ การมี Life coach มากมาย ที่ออกมาสอนเกี่ยวกับการรับมือของพฤติกรรมมนุษย์ด้วยกันเอง มีการเข้าคลาสเรียน มีการสอบ สิ่งนี้เป็นตัวยืนยันไปอีกขั้นว่า จริง ๆ แล้วมนุษย์เนี่ยแหละ…คือสัตว์ที่ร้ายกาจที่สุดในโลกของเรา

Sigh of Toxicity ที่กล่าวอ้างในข้างต้นนั้น จริง ๆ แล้วไม่ใช่พฤติกรรมที่หาดูได้ยากแต่อย่างใด แท้จริง มันก็คือพฤติกรรมที่มนุษย์มักชอบทำเมื่อมีภัยมาถึง ดังนี้

เห็นแก่ตัว

  1. ชอบมีปัญหากับทุกคนเสมอ

ในที่นี้รวมถึงไปการกระทำทั้งทางตรงและทางอ้อม การวางตัวตามกาลเทศะ บางคนอาจจะยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองมีปัญหากับคนอื่น สาเหตุอาจจะมาจากการวางตัวตามสถานการณ์ก็เป็นได้ รวมถึงไปการวิพากษ์วิจารณ์คนอื่นลับหลังในทางเสียหาย ก่อให้เกิดผลเสียต่อบุคคลนั้น ๆ

  1. ยกตนข่มท่าน

บุคคลลักษณะนี้คือ การที่ชอบวิพากษ์วิจารณ์ตัวเองในเชิงบวก เพื่อให้คนอื่นคล้อยตามและยกย่องตัวเอง และหารู้ไม่ว่าบางครั้งชอบใช้คำจิกกัดที่รุนแรง ทำให้คนอื่นรู้สึกอึดอัด เช่น “เธอไม่ควรทำแบบนี้นะ เพราะฉันไม่มีทางทำเด็ดขาด!”

  1. เห็นแก่ตัว

คนที่มีโลกของตัวเองเป็นที่ตั้ง ชอบใช้บรรทัดฐานที่ตัวเองสร้างไว้กับคนอื่น สนใจเฉพาะเรื่องของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องแสดงพฤติกรรมเด่นชัดออกมาก็ได้ แค่เป็นผู้ฟังที่แย่ก็ถือว่าเห็นแก่ตัวแล้ว คนประเภทนี้คือเราสามารถพบเจอได้ทุกหนทุกแห่ง

  1. นักโกหก

หากเราปลุกปั้นสร้างเรื่องขึ้นมา ความน่าเชื่อถือของเราก็จะหมดไปทันที กลายเป็นจอมโกหกพกลม ที่ใคร ๆ ก็ไม่อยากเข้าใกล้ เพราะถือว่าคนประเภทนี้อันตรายที่สุด เพราะแม้แต่ความจริงก็ยังหาไม่ได้

  1. เอาแต่ใจ

การเอาแต่ใจ มักจะมาพร้อมกับคำว่าอีโก้ คนที่เอาแต่ใจนั้นก็เรียกได้ว่าเป็นคนนิสัยเสียแบบคูณสอง เพราะเราสามารถตีความได้อีกว่าคน ๆ นี้มีความเห็นแก่ตัวไม่น้อยเลย

  1. นักโทษ

ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “Prisoner” แต่นั่นก็คือโทษแต่คนอื่น ขาดการพิจารณาถึงพฤติกรรมตัวเอง ซึ่งต่อให้ตัวเองผิดแค่ไหน แต่เจ้าตัวก็พร้อมที่จะโบ้ยความผิดให้คนอื่นตลอดเวลา

 

RSS
Follow by Email